โรคเบาหวาน ที่ไม่ได้มีอาการ “เบา” เหมือนชื่อ

0
43

โรคเบาหวาน เกิดจากที่ฮอร์โมนอินซูลินทำงานผิดปกติ ซึ่งหน้าที่ของอินซูลินก็คือการนำน้ำตาลส่งไปตามกระแสเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะสมองและกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อการทำงานของอินซูลินผิดปกติ ก็ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำตาลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นำตาลที่ตกข้างในเลือดก็จะสูงขึ้น และหากสูงมากเกินกว่าความสามารถของไตที่จะเก็บเอาไว้ได้ น้ำตาลเหล่านั้นก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะแทน ส่งผลให้ปัสสาวะมีรสหวาน ปัสสาวะบ่อย อาการที่เกิดขึ้นจึงถูกเรียกว่าเบาหวานนั่นเอง และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีโรคแทรกซ้อนรุนแรงตามมา

โรคเบาหวาน

เบาหวานแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

  1. เบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลิน สาเหตุมาจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ส่วนใหญ่จะเกิดกับเด็ก การรักษาต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
  1. เบาหวานที่ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน สาเหตุเกิดจากตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือที่เรียกว่าอาการดื้ออินซูลิน ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่มีรูปร่างอ้วน การรักษาต้องทานยาย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคเบาหวาน

  • เจาะเลือดตรวจก่อนทานอาหารเช้า น้ำตาลในเลือดสูงกว่า 126 mg%
  • เจาะเลือดตรวจหลังอาหาร น้ำตาลในเลือดสูงกว่า 200 mg %

หรือจะลองสังเกตอาการด้วยตัวเอง หากมีอาการดังต่อไปนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานเช่น ปัสสาวะบ่อยและมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลางคืนอาจจะลุกไปปัสสาวะมากกว่า 3 ครั้ง ปลายนิ้วมือนิ้วเท้ามักจะมีอาการชา หรือแสบร้อน หิวน้ำบ่อย ทานมากขึ้น หิวบ่อย ผอมลง ซึม อ่อนเพลีย มักจะเกิดแผลหรือฝีง่าย ๆ คันผิวหนัง โดยเฉพาะอวัยวะเพศรวมทั้งตกขาว ตาพร่ามัวต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย

อาการแทรกซ้อนผู้ป่วยโรคเบาหวานก็มีมากมายหลายโรคโดยส่วนใหญ่ที่มักจะพบเจอก็อย่างเช่น โรคทางตา, แทรกซ้อนทางไต, อาการทางเส้นประสาท, เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน, เส้นเลือดหัวใจตีบ, เส้นเลือดสมองตีบ

การรักษาเบาหวานนอกจากจะต้องได้รับรักษาที่ถูกวิธีจากแพทย์ ผู้ป่วยก็ต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยนอกจากจะทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ยังต้องควบคุมอาหารเพื่อให้ร่างกายไม่อ้วนจะทำให้ ระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ดังนั้นหากคิดว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน หรือไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยหากพบว่าเป็นก็จะได้รีบทำการรักษาโดยปัจจุบันหากกำลังเพิ่งเป็นก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรือหากว่ามีความเสี่ยงก็จะได้รีบป้องกันได้ทันเวลา แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็น หรือมีความเสี่ยงก็ควรหมั่นใส่ใจสุขภาพรักษาน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ เพียงแค่นี้ก็สามารถห่างจากเบาหวานได้แล้ว