Home เทคโนโลยีและดิจิทัล อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย

อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย

คำถามที่คนใช้โซเชียลมักเริ่มคิดคือ ข้อมูลที่เห็นและการเชื่อมต่อกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมหรือความสัมพันธ์อย่างไร หมวดนี้อธิบายองค์ประกอบของแพลตฟอร์ม ผลกระทบที่เกิดขึ้น และแหล่งข้อมูลที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม

เช็กดวงผ่านจอ เชื่อได้แค่ไหน และอะไรที่สายมูต้องระวัง

เช็กดวงผ่านจอ เชื่อได้แค่ไหน และอะไรที่สายมูต้องระวัง

ทุกวันนี้การเช็กดวงผ่านมือถือกลายเป็นพฤติกรรมปกติพอๆ กับการเช็กอากาศ หลายคนเริ่มวันด้วยคำทำนายรายวันจากแอป โพสต์ในโซเชียล หรือไลฟ์สดของหมอดู จนคำว่า ดูดวงออนไลน์สายมู ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์เล่นๆ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และบางครั้งก็เป็นที่พึ่งทางใจในวันที่ชีวิตไม่นิ่ง คำถามคือ เราควรเชื่อแค่ไหน? เพราะโลกออนไลน์ทำให้การเข้าถึงดวงง่ายขึ้นก็จริง แต่ก็ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “คำแนะนำ” กับ “การชี้นำ” บางลงมาก บทความนี้จะชวนมองแบบไม่สุดโต่ง ไม่ได้รีบตัดสินว่าศาสตร์เหล่านี้จริงหรือเท็จทั้งหมด แต่จะพาแยกให้ออกว่าอะไรคือประโยชน์ อะไรคือกับดัก...
ฤกษ์มงคลในยุคดิจิทัล ความเชื่อเปลี่ยนไปไหมเมื่อทุกอย่างอยู่บนหน้าจอ

ฤกษ์มงคลในยุคดิจิทัล ความเชื่อเปลี่ยนไปไหมเมื่อทุกอย่างอยู่บนหน้าจอ

ทุกวันนี้การนัดวันแต่งงาน เปิดร้าน ออกรถ หรือย้ายบ้าน ไม่ได้เริ่มจากการเปิดตำราหน้าเหลืองเสมอไป หลายคนหยิบมือถือขึ้นมาก่อน แล้วค่อยค้นว่ามีใครบอกไว้บ้างว่าวันไหนเหมาะที่สุด นี่คือภาพชัดของคำว่า ฤกษ์มงคลยุคดิจิทัล ที่ไม่ได้หมายถึงความเชื่อใหม่ แต่คือความเชื่อเดิมที่ย้ายมาอยู่บนหน้าจอ คำถามที่น่าสนใจกว่าการเชื่อหรือไม่เชื่อ คือความเชื่อแบบนี้ เปลี่ยนรูป ไปแค่ไหน ในอดีตคนอาจถามผู้ใหญ่ พระ อาจารย์ หรือซินแสใกล้บ้าน แต่วันนี้คำตอบเดียวกันอาจมาจากคลิปสั้น โพสต์แชร์ต่อ หรือคอมเมนต์ใต้ไลฟ์สด ความสะดวกเพิ่มขึ้น...
เลือกแพลตฟอร์มโซเชียลให้ตรงกับธุรกิจ: เลิกทำครบทุกช่องแบบเสียเปล่า แล้วโฟกัสที่จุดที่ลูกค้าอยู่จริง

เลือกแพลตฟอร์มโซเชียลให้ตรงกับธุรกิจ: เลิกทำครบทุกช่องแบบเสียเปล่า แล้วโฟกัสที่จุดที่ลูกค้าอยู่จริง

เห็นแอดมินหลายคนบ่นเหมือนกันหมด เปิดเพจ Facebook ก็แล้ว ทำ TikTok ก็แล้ว ยิง IG Reels ทุกวันก็แล้ว สุดท้ายยอดขายไม่ไปไหน แต่เวลานอนหายไปวันละ 4 ชั่วโมง นี่คือภาพจริงของธุรกิจ SME ไทยจำนวนมากที่เชื่อความเชื่อผิดๆ ว่า ยิ่งอยู่ทุกช่อง ยิ่งขายดี ทั้งที่ความจริงมันตรงกันข้ามเลย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขยันไม่พอ...

เมื่อสตอรี่หรือฟีดหนึ่งโพสต์กลายเป็นสิ่งที่เราเห็นซ้ำบ่อย คนมักถามว่าเหตุใดบางเรื่องจึงแพร่และบางเรื่องเงียบ การตั้งคำถามเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะมันพาไปยังองค์ประกอบพื้นฐานของโลกออนไลน์: อัลกอริทึมที่คัดสรรเนื้อหา โครงสร้างการเชื่อมต่อระหว่างคน และแรงจูงใจของผู้สร้างเนื้อหา การแยกองค์ประกอบจะช่วยให้เข้าใจว่าผลลัพธ์ที่เห็นไม่ใช่เรื่องเดียวกันกับต้นเหตุเสมอไป

ถอดชิ้นส่วนของปรากฏการณ์จะเห็นภาพชัดขึ้น อัลกอริทึมมีเป้าหมายเชิงพฤติกรรม ออกแบบมาเพื่อยืดเวลาในการใช้งานหรือเพิ่มการมีส่วนร่วม ขณะที่แรงจูงใจของผู้ใช้มีตั้งแต่การสื่อสารส่วนตัวไปจนถึงการขายสินค้า โครงข่ายความสัมพันธ์ระหว่างคนส่งผลให้ข้อมูลบางชิ้นถูกขยายตัวเร็วและไกลกว่าเหตุผลทางเนื้อหาเพียงอย่างเดียว การวัดผลจึงต้องพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงเทคนิคและเชิงสังคมควบคู่กัน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือข่าวเท็จที่ถูกขยายในชุมชนเฉพาะเรื่องหรือโพสต์ไวรัลของแบรนด์ที่ให้ผลตอบรับดีกว่าคอนเทนต์เชิงข้อมูลเชิงลึก เหตุการณ์สองกรณีนี้ใช้กลไกเดียวกันในการแพร่ แต่ผลที่ได้และข้อกังวลต่างกัน: หนึ่งคือการบิดเบือนความจริง อีกหนึ่งคือการสร้างการรับรู้เชิงการตลาด การแยกตัวแปรที่ทำให้แตกต่างกัน เช่น ความเร็วของการแชร์ ตำแหน่งของผู้แชร์ และความเชื่อมโยงเชิงพหุคูณ จะช่วยประเมินผลกระทบเชิงสังคมและเชิงธุรกิจได้ตรงจุดกว่า

ขอบเขตของเรื่องในหมวดนี้คือการชี้ให้เห็นสิ่งที่ควรตรวจสอบต่อ: แหล่งที่มา วิธีการเลือกเนื้อหาโดยแพลตฟอร์ม และเงื่อนไขเชิงกฎหมายหรือจริยธรรมที่มีผลต่อการสื่อสาร ทั้งหมดนี้วางอยู่ในความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีและพฤติกรรมมนุษย์ แล้วคำถามต่อไปที่ควรถามคือ ข้อมูลที่คุณเห็นวันนี้สะท้อนสภาพจริงหรือถูกกรองด้วยกลไกใดบ้าง

บทความแนะนำ

บทความน่ารู้

บทความล่าสุด