สุโขทัยตั้งสรรค์ดังแสงไฟ แล้วหายวับลงในเงามืด

0
12

เผยแพร่เมื่อ

เมื่อพูดถึงสมัยครองราชย์ที่ไทยมีศิลปะและวรรณคดีเจริญรุ่งเรือง หลายคนนึกไปที่กรุงเทพฯ หรือ อยุธยา แต่ความจริงสำคัญที่มักถูกซ่อนเบื้องหลังหนังสือเรียนคือ มียุคหนึ่งที่ชาวไทยสร้างจักรวรรดิเล็ก ๆ ที่กระจายแสงสว่างไปทั่วแผ่นดินใหญ่ ก่อนจะแตกสลายในเพียงไม่กี่ศตวรรษ

ที่มา ที่สิ้นสุด และเหตุผลที่ อาณาจักรสุโขทัย ถูกลืมไปนั้น ไม่ใช่เรื่องไร้สาระทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นบทเรียนในการเมือง การขยายอำนาจ และความล้มเหลวในการรักษาสมดุล ที่ยังสอดคล้องกับความเป็นจริงในวันนี้

บิดเบิกตำนานกำเนิด: สุโขทัยเกิดมาจากการถ่อมตัวหรือการยึดอำนาจ

เรื่องราวมาตรฐานบอกว่า สุโขทัยเกิดจากการยุติศาสตร์ และความหว่างเหว่ของอำนาจกลาง ตอนสมัยอาณาจักรขอมมีอิทธิพลกวนกวาด เกษตรวัฒนมหาราช ผู้บ้านกัลยาณมิศรและพ่อขุนรามคำแหง สถาปนาระบบปกครองใหม่ บนพื้นฐานการปลดปล่อยจากการควบคุมของขอม แต่นี่ถูกบันทึกไว้ด้วยมุมมองของผู้ชนะ

ความจริงที่ลึกซึ้งกว่าคือ อาณาจักรสุโขทัยไม่ได้เกิดจากความเสียสละ แต่เกิดจากการฉกนวมอำนาจที่เป็นระเบียบและมีการวางแผน พ่อขุนรามคำแหงไม่ได้นั่งรอให้อำนาจมาหาเขา เขาออกไปยึดมันมา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมศิลปะและวรรณคดีถึงบันทึกเขาเป็นพระเจ้ายุติธรรม ผู้ปกป้องประชา เพราะการเขียนประวัติศาสตร์นั้นสร้างสรรค์โดยผู้มีอำนาจ

การเฟื่องฟูบนพื้นฐานของการควบคุมธรรมชาติและการค้า

ปัจจัยที่ทำให้ อาณาจักรสุโขทัย สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วนั้น ไม่ได้มาจากทะนายหรือการสนับสนุนของเทวดา แต่เกิดจากตำแหน่งภูมิศาสตร์ที่ยุทธศาสตร์ และการควบคุมทั้งช่องทางการค้า

บนที่ตั้งของเมืองสุโขทัยนั้นตั้งอยู่บนหุบเขาที่ยึดเส้นทางการค้าต่างประเทศได้ นอกจากนี้ ดินแดนที่ขยายไปก็เป็นแหล่งเก็บเกี่ยวข้าว และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดม ซึ่งสร้างฐานะทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ผู้บ้านกัลยาณมิศรและรามคำแหงใช้ความมั่งคั่งนี้ไปสนับสนุนศาสนา สร้างวัด และทำให้ประชาชนศรัทธา

แต่นั่นเป็นเพียงภาพเบื้องบน เชิงลึก หลวงพ่อรามคำแหงใช้ความเจริญของศาสนาเป็นเครื่องมือในการครองคน การสร้างวัดและการสนับสนุนพระสงฆ์นั้น สร้างความสำคัญทางจิตใจให้คนเชื่อว่า เขาคือผู้ถูกเลือกโดยทำเนียบสวรรค์ นี่คือ E-E-A-T ของอำนาจในโลกยุคกลาง

ทำไมจึงล่มสลาย: ความเพลิดเพลินและการรูบเร่ร่อมของอำนาจ

สุโขทัยไม่ได้สูญสิ้นเพราะศัตรูอพยพบุกรุก หรือเพราะภัยธรรมชาติ มันสูญสิ้นเพราะมีปัญหาโครงสร้างที่มักเกิดขึ้นกับอาณาจักรขนาดกลาง ที่ไม่มีระบบการสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน

เมื่อพ่อขุนรามคำแหงสิ้นพระชนม์ลง พระราชโ嗣ของเขาไม่มีความสามารถเท่ากัน พวกเขาเสพติดสนใจศิลปะและศาสนา มากกว่าที่จะฝึกฝนศิลป์การปกครอง กองทัพ และการควบคุมราษฎร อาณาจักรที่เคยเป็นหนึ่งเดียวเริ่มแตกแยก ส่วนต่างๆ ของอาณาจักรหันไปหาผู้นำอื่นที่เข้มแข็งกว่า ซึ่งก็คือ อยุธยา

ลูกหลานของรามคำแหงพยายามที่จะรักษาอำนาจ แต่พวกเขาทำตามรูปแบบเดิม ซ้ำเติมคำขวัญเรื่องศาสนาและศิลปะ ลืมไปว่าในโลกของการปกครอง ความสามารถทางทหารและการเจรจาต่างประเทศเป็นสิ่งที่ตัดสินวาระชาติ อยุธยาเข้ามาแทนที่ด้วยความเป็นระเบียบ ความมั่นคง และสภาพศูนย์กลางอำนาจที่ชัดเจน ซึ่งอย่างแรกเรื่องสุโขทัยไม่มี

ความจริงที่เจ็บปวด: อาณาจักรสุโขทัยไม่ได้ล่มสลายเพียงเพราะเวลาผ่านไป

ผู้อ่านหลายคนคิดว่า อาณาจักรสุโขทัย ล่มสลายไปอย่างเงียบ ๆ เพราะเวลากรรโลกสรรค์ แต่ความจริงนั้นโหดร้ายกว่า มันถูกเชิญโดยการเมืองในสมัยนั้น

อยุธยาได้รับความสนับสนุนจากจีน และเดินนโยบายการค้าที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ปกครองด้วยระบบราชการที่เข้มงวด โครงสร้างการทหารที่ชัดเจน ขณะที่สุโขทัยยังเกาะกับการปกครองแบบระบบปตปม (ระบบศีลสัตว์บริสุทธิ์ อนุ โยม มิ ตรภาวนา) ที่เน้นคุณธรรมและศาสนา ซึ่งใช้ได้กับสมัยเริ่มต้น แต่ล้มเหลวในสมัยที่โลกการปกครองเป็นเกมของการเมือง

อาณาจักรที่สร้างมาด้วยความสุนทรีย์นั้น มักจะไร้ความเสถียรตามเวลา เพราะมันขาดผู้รักษาประตู และเมื่อวัฒนยาหรือสมัยต่อเนื่องของรามคำแหงขาดความหนาบน ปิดทางให้อาณาจักรอื่นเข้ามา ดังนั้น จึงไม่ใช่ว่า อาณาจักรสุโขทัย ล่มสลาย หากแต่ถูกแทนที่

บทเรียนนี้บอกอะไร เรื่องราวของอาณาจักรใดๆ ที่สร้างบนพื้นฐานความสุนทรีย์อพยพสูง โดยไม่มีการเตรียมการลงมือสร้างระบบปกครองที่ยั่งยืน มักจะเบิกบานแล้งฉูด ความล่มสลายไม่ได้มาจากการปลงทุกขเพียงเพราะเวลาผ่าน แต่มาจากการไม่สนใจเตรียมตัวสำหรับอนาคต และเมื่อคำถามต่อไปคือ บ้านเรือนของเราวันนี้มีความเสถียรจริงหรือ จริง ๆ —